ไม่บ่อยครั้งนักที่เกมแนว DotA จะถูกจับมาใช้ศึกษาทางวิชาการ
แต่เมื่อมีการหยิบเกมเอามาทำเป็นงานวิจัยก็มักจะได้ผลออกมาเป็นที่น่าสนใจ
เสมอ ล่าสุดมีงานวิจัยซึ่งเป็นผลงานวิทยานิพนธ์ของคุณ
ติณณวัฒน์ เนื่องจำนงค์ ซึ่งเป็นนักศึกษาไทย ระดับปริญญาเอก
คณะเอเชีย-แปซิฟิกศึกษา สาขาเอกด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ
มหาวิทยาลัยวาเซดะ ประเทศญี่ปุ่น ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเกมแนว MOBA กับการพัฒนาสภาวะความเป็นผู้นำในชีวิตจริงครับ
ผลงานวิทยานิพนธ์ชิ้นนี้มีชื่อเต็มๆ ว่า Leadership Development Through Online Gaming ซึ่ง
ว่าด้วยเรื่องของความสัมพันธ์ของการเล่นเกมว่าจะส่งผลต่อการเกิดสภาวะความ
เป็นผู้นำในชีวิตจริงของคนเล่นได้อย่างไรบ้าง
โดยแนวเกมที่ใช้ในวิทยานิพนธ์ชิ้นนี้คือแนว MOBA
ซึ่งต้องมีการวางแผนและการสื่อสารในระหว่างเล่นกับผู้เล่นคนอื่นในทีม
ตัวบทคัดย่อของวิทยานิพนธ์ชิ้นนี้ได้กล่าวถึงที่มาที่ไปว่าก่อนหน้านี้มีงานวิจัยของ IBM บริษัทชั้นนำของโลกด้านไอทีในหัวข้อ Leadership in Games and at Work : Implication for the Enterprise of Massively Multiplayer Online Role-Playing Games หรือแปลเป็นภาษาไทยว่า สภาวะความเป็นผู้นำในเกมและที่ทำงาน : ความเกี่ยวข้องจากการเล่นเกม MMORPG
ซึ่งงานวิจัยดังกล่าวได้ถูกตีพิมพ์ไปเมื่อปี ค.ศ. 2007
และชี้ให้เห็นว่าการเล่นเกม MMORPG
ส่งผลต่อการพัฒนาให้เกิดสภาวะความเป็นผู้นำได้
จึงเป็นที่มาของวิทยานิพนธ์ที่เจาะลึกไปศึกษาเกี่ยวกับเกมแนว MOBA
ต่อในครั้งนี้
สำหรับงานวิจัยในวิทยานิพนธ์ชิ้นนี้ได้เลือกเกม DotA และ HON มาเป็นตัวอย่าง และใช้การสำรวจจากกลุ่มผู้เล่นมาทำการประมวลผลอย่างเป็นระบบ โดยวิเคราะห์เพื่อแบ่งสภาวะผู้นำตามแบบของ Kurt Lewin’s Leadership Model ซึ่งมี 3 แบบด้วยกันดังนี้
Authoritarian หรือผู้นำแบบอัตตาธิปไตย ยึดตนเองเป็นหลัก เน้นการบังคับบัญชาและสั่งการ ไม่กระจายอำนาจแก่สมาชิก
Democratic หรือผู้นำแบบประชาธิปไตย ยึดหมู่คณะเป็นหลัก เปิดโอกาสให้สมาชิกมีส่วนร่วมตั้งแต่การวางแผน การปฏิบัติงาน และการประเมินผล ตัดสินใจโดยกลุ่ม ให้เกียรติ ให้การยอมรับแก่สมาชิก
Laissez-faire หรือผู้นำแบบตามสบาย ให้อิสระแก่สมาชิกอย่างเต็มที่ ผู้นำเป็นแค่ผู้ผ่านเรื่อง และแสดงบทบาทน้อยมาก
ผลงานวิจัยออกมาพบว่าผู้ เล่นสไตล์ Carry มีแนวโน้มสูงที่จะมีสภาวะความเป็นผู้นำแบบอัตตาธิปไตย และมีแนวโน้มน้อยมากที่จะมีสภาวะความเป็นผู้นำแบบประชาธิปไตยและแบบตามสบาย ส่วนผู้เล่นที่ชอบเล่นสไตล์ Support และ Gangker จะมีแนวโน้มสูงที่จะมีสภาวะความเป็นผู้นำแบบประชาธิปไตย ในขณะเดียวกันก็มีแนวโน้มน้อยมากๆ ที่จะมีสภาวะความเป็นผู้นำแบบอัตตาธิปไตยและแบบตามสบาย นอกจากนี้ผลของงานวิจัยยังระบุอีกว่า อายุ รายได้ และระดับการศึกษาของผู้เล่น ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาสภาวะผู้นำแต่อย่างใด
และในช่วงหนึ่งของงานวิจัยได้กล่าวถึงการเล่นเกมอย่างถูกวิธีไว้ด้วยว่า ผลการวิจัยนี้เป็นเพียงการหาความสัมพันธ์ของรูปแบบการเล่น (Gameplay) และสภาวะความเป็นผู้นำเท่านั้น ไม่ ได้บ่งบอกว่าใครก็ตามที่เล่นเกมแนว MOBA แล้วจะช่วยให้เป็นผู้นำได้ แต่ก็ชี้ให้เห็นได้ว่าเกมก็เป็นวิธีหนึ่งจากหลายๆ วิธีบนโลกนี้ที่จะช่วยให้มนุษย์พัฒนาไปสู่การเกิดสภาวะผู้นำแบบต่างๆ ได้ ดังนั้นผู้เล่นก็ควรจะเล่นเกมอย่างมีสติ ไตร่ตรองในการเลือกรูปแบบเกมให้ได้ประโยชน์ในการพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ของตัวเองด้วย
ส่วนในแง่ของผู้พัฒนาเกมนั้นก็ควรจะพัฒนาเนื้อหาของเกมให้เกิดประโยชน์ใน ด้านการพัฒนาทักษะในชิวิตจริง ไม่ใช่เพียงแค่การพัฒนาสภาวะผู้นำเหมือนงานวิจัยนี้เท่านั้น แต่เกมยังสามารถช่วยในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และทักษะในการตัดสินใจดังใน งานวิจัยที่มีมาแล้วก่อนหน้านี้หลายงานวิจัยด้วยกัน
เครดิต : http://www.online-station.net
สำหรับงานวิจัยในวิทยานิพนธ์ชิ้นนี้ได้เลือกเกม DotA และ HON มาเป็นตัวอย่าง และใช้การสำรวจจากกลุ่มผู้เล่นมาทำการประมวลผลอย่างเป็นระบบ โดยวิเคราะห์เพื่อแบ่งสภาวะผู้นำตามแบบของ Kurt Lewin’s Leadership Model ซึ่งมี 3 แบบด้วยกันดังนี้
Authoritarian หรือผู้นำแบบอัตตาธิปไตย ยึดตนเองเป็นหลัก เน้นการบังคับบัญชาและสั่งการ ไม่กระจายอำนาจแก่สมาชิก
Democratic หรือผู้นำแบบประชาธิปไตย ยึดหมู่คณะเป็นหลัก เปิดโอกาสให้สมาชิกมีส่วนร่วมตั้งแต่การวางแผน การปฏิบัติงาน และการประเมินผล ตัดสินใจโดยกลุ่ม ให้เกียรติ ให้การยอมรับแก่สมาชิก
Laissez-faire หรือผู้นำแบบตามสบาย ให้อิสระแก่สมาชิกอย่างเต็มที่ ผู้นำเป็นแค่ผู้ผ่านเรื่อง และแสดงบทบาทน้อยมาก
DotA และ HON ถูกยกมาใช้ในงานวิจัยเรื่องนี้
ผลงานวิจัยออกมาพบว่าผู้ เล่นสไตล์ Carry มีแนวโน้มสูงที่จะมีสภาวะความเป็นผู้นำแบบอัตตาธิปไตย และมีแนวโน้มน้อยมากที่จะมีสภาวะความเป็นผู้นำแบบประชาธิปไตยและแบบตามสบาย ส่วนผู้เล่นที่ชอบเล่นสไตล์ Support และ Gangker จะมีแนวโน้มสูงที่จะมีสภาวะความเป็นผู้นำแบบประชาธิปไตย ในขณะเดียวกันก็มีแนวโน้มน้อยมากๆ ที่จะมีสภาวะความเป็นผู้นำแบบอัตตาธิปไตยและแบบตามสบาย นอกจากนี้ผลของงานวิจัยยังระบุอีกว่า อายุ รายได้ และระดับการศึกษาของผู้เล่น ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับการพัฒนาสภาวะผู้นำแต่อย่างใด
และในช่วงหนึ่งของงานวิจัยได้กล่าวถึงการเล่นเกมอย่างถูกวิธีไว้ด้วยว่า ผลการวิจัยนี้เป็นเพียงการหาความสัมพันธ์ของรูปแบบการเล่น (Gameplay) และสภาวะความเป็นผู้นำเท่านั้น ไม่ ได้บ่งบอกว่าใครก็ตามที่เล่นเกมแนว MOBA แล้วจะช่วยให้เป็นผู้นำได้ แต่ก็ชี้ให้เห็นได้ว่าเกมก็เป็นวิธีหนึ่งจากหลายๆ วิธีบนโลกนี้ที่จะช่วยให้มนุษย์พัฒนาไปสู่การเกิดสภาวะผู้นำแบบต่างๆ ได้ ดังนั้นผู้เล่นก็ควรจะเล่นเกมอย่างมีสติ ไตร่ตรองในการเลือกรูปแบบเกมให้ได้ประโยชน์ในการพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ของตัวเองด้วย
ส่วนในแง่ของผู้พัฒนาเกมนั้นก็ควรจะพัฒนาเนื้อหาของเกมให้เกิดประโยชน์ใน ด้านการพัฒนาทักษะในชิวิตจริง ไม่ใช่เพียงแค่การพัฒนาสภาวะผู้นำเหมือนงานวิจัยนี้เท่านั้น แต่เกมยังสามารถช่วยในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และทักษะในการตัดสินใจดังใน งานวิจัยที่มีมาแล้วก่อนหน้านี้หลายงานวิจัยด้วยกัน
เครดิต : http://www.online-station.net
